Sunday, January 29, 2012

อัมพชาดก

อัมพชาดก


ชาดกเป็นเรื่องราวในอดีตชาติของพระพุทธเจ้าที่พระองค์ตรัสแก่พุทธบริษัทเพื่อยกเป็นอุทาหรณ์สอนธรรม ในแต่ละชาดกมีเรื่องราวที่สนุกพร้อมแทรกคติสอนใจ เพราะฉะนั้น การศึกษาชาดกจึงได้ทั้งคติสอนใจและความเพลิดเพลินใจไปพร้อมกันด้วย


          ในอดีตกาลนานมาแล้ว เมื่อครั้งพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในกรุงพาราณสียังมีครอบครัวปุโรหิตครอบครัวหนึ่งถึงความวิบัติด้วยอหิวาตกโรค มาณพผู้เป็นบุตรชายรีบหนีออกจากบ้านเดินทางไปยังเมืองตักกสิลาและได้ร่ำเรียนศิลปวิทยาในสำนักของอาจารย์ทิศาปาโมกข์ เมื่อเรียนจบแล้วได้ท่องเที่ยวไปจนถึงหมู่บ้านจัณฑาลแห่งหนึ่ง


          ณ ที่นั้น เขาเห็นชายจัณฑาลคนหนึ่งที่สามารถเสกต้นมะม่วงให้ผลิดอกออกผลนอกฤดูกาลได้ แล้วนำไปขายเลี้ยงชีพตนและลูกเมียมาตลอด


          มาณพเฝ้าติดตามดูจนแน่ใจ จึงคิดอยากได้มนต์นี้ ได้เพียรขอเป็นศิษย์เล่าเรียนวิชาแต่ถูกปฏิเสธ เพราะชายจัณฑาลเห็นว่าต่อไปมาณพจะไม่สามารถรักษาความรู้เอาไว้ได้ มาณพจึงหาวิธีการใหม่ โดยเริ่มจากขอทำงานในบ้านของชายจัณฑาล คอยรับใช้งานทุกอย่าง ตั้งแต่ ตำข้าว หุงหาอาหาร ตักน้ำล้างหน้า และแม้กระทั่งล้างเท้าให้ชายจัณฑาล นอกจากนี้ ยังรับใช้งานอื่นด้วยความอดทน


          วันหนึ่ง ชายจัณฑาลใช้ให้มาณพหนุ่มไปหาเขียงมาหนุนขาเตียงในเวลาตนเข้านอน แต่มาณพหาเขียงไม่ได้จึงยอมเอาขาของตนรองรับขาเตียงไว้ตลอดคืน


          ในเวลาต่อมาภรรยาของชายจัณฑาลคลอดบุตร มาณพผู้นี้ก็คอยดูแลรับใช้ทุกอย่างจนภรรยาของชายจัณฑาลเกิดความสงสาร จึงอ้อนวอนสามีขอให้สอนมนต์เสกมะม่วงแก่มาณพ ชายจัณฑาลก็ยินยอมรับมาณพเป็นศิษย์สั่งสอนมนต์เสกผลไม้นอกฤดูกาลให้พร้อมทั้งสั่งไว้ว่า ถ้าเมื่อใดที่มาณพ ได้ลาภสักการะอันยิ่งใหญ่เพราะมนต์บทนี้แล้ว เวลาพระราชาหรือราชอำมาตย์ถามว่าเรียนมนต์นี้มาจากใคร ให้บอกชื่อและโคตรของอาจารย์ตามความเป็นจริง มิฉะนั้นมนต์บทนี้จะเสื่อมหายไปทันที มาณพผู้นั้นก็รับคำแล้วลาจากไป


          หลังจากนั้น มาณพได้ทดลองมนต์ไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ ทำให้ได้รับทรัพย์สินมากมายจากการเสกมะม่วงขายนอกฤดูกาล จนมาถึงกรุงพาราณสี เมื่อนายอุทยานซื้อมะม่วงไปถวายพระเจ้าพาราณสี พระองค์ทรงพอพระทัยในรสอันโอชาของมะม่วงเป็นอย่างมาก ทรงทราบว่ามาณพเป็นผู้ทำ จึงโปรดให้เสกมะม่วงในพระราชอุทยานให้มีผลนอกฤดูกาลถวาย และได้พระราชทานทรัพย์เป็นอันมาก


          อยู่มาวันหนึ่ง เมื่อพระเจ้าพาราณสีเสวยมะม่วงโอชารสแล้วตรัสถามมาณพว่าเรียนมนต์นี้มาจากสำนักใด มาณพอายที่จะทูลว่าตนเป็นศิษย์ของชายจัณฑาลจึงปกปิดความจริง และกราบทูลเป็นความเท็จว่า ตนศึกษามาจากสำนักอาจารย์ทิศาปาโมกข์ ทำให้พระเจ้าพาราณสีทรงพอพระทัยที่ได้ศิษย์ของอาจารย์ทิศาปาโมกข์มารับราชการกับพระองค์ นอกจากการกล่าวคำเท็จเพราะเกรงจะถูกคนดูหมิ่นเหยียดหยามแล้ว มาณพยังคิดว่าตนได้ใช้มนต์นี้มาจนชำนาญแล้ว มนต์คงไม่เสื่อมตามคำเตือนของชายจัณฑาลเป็นแน่ จึงกล่าวเท็จโดยลืมคิดไปว่า ตนได้รับความรู้จากชายจัณฑาลมาใช้เลี้ยงชีพจนร่ำรวยทั้งเงินทองและได้ยศศักดิ์ เพราะความที่เขาเป็นคนเนรคุณนี่เองทำให้มนต์ของมาณพผู้นี้เสื่อมไปโดยไม่รู้สึกตัว


          ในเวลาต่อมา พระเจ้าพาราณสีได้เสด็จไปประทับที่พระราชอุทยานและโปรดให้เรียกหามาณพมาเสกมะม่วงถวายต่อหน้าพระพักตร์ แต่มาณพนั้นไม่อาจเสกมะม่วงได้เหมือนแต่ก่อน ได้แต่ยืนนิ่งเฉย พระเจ้าพาราณสีทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงตรัสถาม จนมาณพสุดที่จะบ่ายเบี่ยง ต้องทูลความจริงว่าชายจัณฑาลคือครูอาจารย์ผู้สอนมนต์เสกมะม่วงให้แก่ตน แต่เพราะไม่เชื่อฟังคำสั่งสอนของอาจารย์จึงได้ทูลความเท็จทำให้มนต์เสื่อมไป พระเจ้าพาราณสีทรงพิโรธอย่างยิ่ง ทรงติเตียนว่ามาณพเป็นคนชั่วช้าเลวทราม ไม่รู้บุญคุณของครูอาจารย์ผู้ให้ความรู้ ดุจดังคนโง่ไม่รู้คุณค่าของดวงแก้วที่ตนได้รับความจริงแล้ว ศิษย์ต้องเคารพและกตัญญูรู้คุณต่อครูอาจารย์ จึงมีพระราชโองการให้ลงโทษโดยการเฆี่ยนตีและขับไล่มาณพผู้เนรคุณออกไปจากพระราชวัง


          มาณพเสียใจเดินร้องไห้ไปจนถึงบ้านชายจัณฑาลผู้เป็นอาจารย์ บอกเล่าถึงความผิดพลาดของตน โดยอ้างว่ากระทำไปเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์พร้อมทั้งอ้อนวอนขอเรียนมนต์เสกมะม่วงใหม่อีกครั้ง แต่ชายจัณฑาลกล่าวปฏิเสธเพราะได้เตือนถึงเรื่องที่มนต์จะเสื่อมไว้ก่อนแล้ว แต่มาณพเป็นคนพาล โง่เขลา อกตัญญู หลงตัวลืมตน โกหกมดเท็จ และประมาทจึงต้องพบกับความพินาศ แล้วขับไล่ไปให้พ้นเสีย มาณพเสียใจมากที่ตนเองทำให้มนต์เสื่อมสูญไป จึงเข้าไปผูกคอตายในป่า


          ชาดกเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนอกตัญญู เนรคุณต่อผู้มีพระคุณ ไม่เคารพเชื่อฟังคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์จะเป็นผู้ที่น่ารังเกียจ แม้จะได้รับเงินทองยศศักดิ์มากเพียงใดก็ต้องพบกับความพินาศในที่สุด

สังคมศึกษา ม.1
ที่มา blog nation

No comments:

Post a Comment

Post a Comment